
ยันฮี กูลทาพลัส
1. ตัวเลือกทางการแพทย์: Yanhee Gluta Plus
เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ความงาม ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด Yanhee Gluta Plus ผลิตโดยโรงพยาบาลยันฮี ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านศัลยกรรมและนวัตกรรมทางผิวหนัง นี่จึงเป็นตัวเลือกอันดับแรกหากต้องการพิจารณาซื้อกลูต้า
ส่วนประกอบสำคัญ
- L-Glutathione: สารหลักที่ทำหน้าที่เปลี่ยนกระบวนการผลิตเม็ดสีผิวให้เป็นเม็ดสีที่สว่างขึ้น ช่วงให้ผิวดูขาวกระจ่างใส
- L-Cysteine: หากร่างกายขาดสารนี้จะไม่สามารถสร้างกลูตาไธโอนได้เอง การเสริม L-Cysteine จึงช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตกลูต้าเองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- Vitamin C: วิตามินซีและกลูต้าทำงานส่งเสริมกัน โดยวิตามินซีจะช่วยรีไซเคิลกลูต้าที่ถูกใช้ไปแล้วไม่ให้เสื่อมสภาพ ให้กลูต้าคงอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น
ใครเหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้
Yanhee Gluta Plus เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนและปลอดภัย ตัวผลิตภัณฑ์เน้นเรื่องความกระจ่างใสของผิวเป็นหลัก โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหารอยดำจากสิวและสีผิวไม่สม่ำเสมอ
เนื่องจากผ่านการควบคุมคุณภาพโดยโรงพยาบาล สินค้านี้จึงเป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด สามารถรับประทานได้ต่อเนื่องในระยะยาว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสารโลหะหนักปะปนหรือสารเติมแต่งที่ไม่ได้มาตรฐาน

สวิสเซ แอสต้าแซนธิน + กลูต้า
2. เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว: Swisse Astaxanthin + Gluta
Swisse แบรนด์ดังจากออสเตรเลียที่สั่งสมชื่อเสียงระดับโลกมายาวนาน ด้วยการผสมวัตถุดิบทางธรรมชาติเข้ากับงานวิจัยทางคลินิก ทำให้ได้สูตร Astaxanthin + Gluta ที่ยกระดับจากผิวกระจ่างใสไปเป็นการปกป้องผิวอย่างสมบูรณ์แบบ
ส่วนประกอบสำคัญ
- แอสตาแซนธิน (Astaxanthin): สกัดจากสาหร่ายโดยมีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซีถึง 6,000 เท่า สารนี้จะเข้าไปฝังตัวในชั้นไขมันของผิว เพื่อช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่จากแสงแดด
- กลูตาไธโอน: ช่วยในการดูแลเม็ดสีผิว ให้ผิวของคุณจะไม่เพียงแค่กระจ่างใสขึ้น แต่ยังกระชับและยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย
- สารสกัดจากเมล็ดองุ่นและวิตามินอี: ช่วยสนับสนุนระบบไหลเวียนโลหิตให้ผิวดูเปล่งปลั่ง แบบสุขภาพดี มีเลือดฝาด แทนที่จะดูขาวซีด
ใครเหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้
อาหารเสริมตัวนี้ถือเป็นมาตรฐานระดับสากล เหมาะสำหรับคนยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ หากคุณต้องออกไปข้างนอกบ่อยๆ อยู่ในท่ามกลางแสงแดด หรือเริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยควบคู่ไปกับความหมองคล้ำ ผลิตภัณฑ์ Swisse ตัวนี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคุณอย่างแน่นอน

The Skn 101 Gluta Pycno + AstaNAD+
3. นวัตกรรมเพื่อผิวกระจ่างใส: The Skn 101 AstaNAD+ (by Dr. Kongkwan)
สำหรับผู้ที่ใส่ใจในการดูแลผิวและต้องการเทคโนโลยีการชะลอวัย (Anti-aging) The Skn 101 AstaNAD+ คือผลิตภัณฑ์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม พัฒนาโดย ดร.ของขวัญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังชื่อดังและผู้นำด้านเวชศาสตร์ความงาม
ส่วนประกอบสำคัญ
- Gluta Pycno: สูตรผสมเอกสิทธิ์เฉพาะที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากเปลือกสนมาริไทม์ฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินอีและซีอย่างมาก ในการช่วยรีไซเคิลวิตามินซีในร่างกาย และเสริมสร้างความสามารถตามธรรมชาติของผิวในการผลิตไฮยาลูรอนิก
- AstaNAD+ Complex: ช่วยให้ความสว่างกระจ่างใสของผิวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ลดโทนผิวที่ดูเทาหรือซีด ซึ่งมักเกิดจากความเหนื่อยล้าและการร่วงโรยตามวัย
- สารสกัดสำคัญอื่น: The Skn 101 ใช้ระบบการนำส่งสารอาหารขั้นสูง เพื่อให้มั่นใจว่าโมเลกุลที่บอบบางเหล่านี้จะรอดพ้นจากกรดในกระเพาะอาหาร และเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างครบถ้วน
ใครเหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้
The Skn 101 ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและชัดเจน โดยมุ่งเน้นไปที่ปัญหาผิวที่แก้ยากเช่น ฝ้าและจุดด่างดำบนใบหน้า แม้จะมีราคาสูงกว่าแบรนด์อื่น แต่ด้วยความเข้มข้นของสารสกัดระดับพรีเมียมอย่าง ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพผิวในระยะยาว ให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าแค่ความขาวกระจ่างใสทั่วไป
กลูต้าคืออะไร
กลูต้าหรือกลูตาไธโอน (Glutathione) คือสารต้านอนุมูลอิสระที่ประกอบขึ้นจากกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ กลูตาเมต (Glutamate), ซิสเทอีก (Cystein) และ ไกลซีน (Glycine) โดยปกติตับจะเป็นผู้ผลิตกลูต้าไธโอนและปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปสนับสนุนการทำงานที่สำคัญต่างๆ ในร่างกายของเรา โดยกลูตาไธโอนมีหน้าที่ดังนี้:
- ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ: ซึ่งเป็นสารที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเซลล์ในร่างกายได้
- รักษาสมดุลรีดอกซ์ (Redox Balance): ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานตามปกติของเซลล์
- ช่วยสลายสารพิษ: กำจัดสารที่เป็นอันตรายออกจากร่างกาย
- ช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน: เสริมสร้างการทำงานของระบบป้องกันร่างกายให้เหมาะสม
แม้ว่าร่างกายจะผลิตกลูตาไธโอนได้เอง แต่มีหลายปัจจัยที่ทำให้ระดับกลูตาไธโอนในร่างกายลดลง การรับประทานอาหารเสริมกลูต้าจึงมีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน เช่น
1. ชดเชยระดับกลูต้าที่ร่างกายผลิตได้
ระดับกลูตาไธโอนที่ร่างกายสามารถผลิตได้จะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกอย่าง ความเครียด, มลภาวะ, การดื่มแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่ และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนทำให้ร่างกายดึงกลูต้ามาใช้จนขาดแคลน
2. การล้างพิษตับ
ตับเป็นอวัยวะที่มีกลูต้าหนาแน่นที่สุด เพราะต้องใช้ในการฟอกสารพิษที่เข้าสู่ร่างกาย การเสริมกลูต้าจึงช่วยสนับสนุนการทำงานของตับให้มีประสิทธิภาพขึ้น
3. ลดการอักเสบของเซลล์
เมื่อร่างกายมีอนุมูลอิสระมากเกินไปจะเกิดภาวะ "Oxidative Stress" ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรังหลายชนิดและการแก่ก่อนวัย กลูต้าจะเข้าไปทำหน้าที่ในการต้านอนุมูลอิสระเพื่อปกป้องเซลล์
4. สุขภาพผิวและความกระจ่างใส
กลูต้ามีส่วนช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งทำหน้าที่ผลิตเม็ดสีผิวเข้ม (Melanin) และเปลี่ยนให้เป็นเม็ดสีสว่างขึ้น จึงช่วยให้จุดด่างดำจางลงและผิวดูหมองคล้ำน้อยลง
5. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
กลูต้ายังช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น
ร่างกายเราต้องการกลูต้าเท่าไหร่
ในปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าคนเราควรรับประทานกลูตาไธโอนในปริมาณเท่าใดจึงจะช่วยยกระดับกลูตาไธโอนในร่างกายได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ข้อมูลยังจำกัดเกี่ยวกับปริมาณที่ปลอดภัยสูงสุด และยังไม่แน่ชัดว่าควรหยุดรับประทานเมื่อใด อย่างไรก็ตาม มีผลการศึกษาที่น่าสนใจดังนี้:
- ผลการศึกษาหนึ่งพบว่า การรับประทานกลูตาไธโอนแบบเม็ดปริมาณ 250 มก. ถึง 1,000 มก. ต่อวัน ช่วยเพิ่มระดับกลูตาไธโอนในร่างกายได้จริง
- การศึกษานี้ระบุว่าร่างกายของผู้เข้าร่วมทดสอบสามารถรับปริมาณดังกล่าวได้ดี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าปริมาณนี้จะใช้ได้ผลกับทุกคน และบางคนอาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้แม้จะทานในปริมาณเดียวกัน
สรุปแล้ว
เส้นทางสู่ผิวกระจ่างใสที่เราแนะนำ
- หากกำลังผลิตภัณฑ์การแพทย์ที่เชื่อถือได้ เพื่อกำจัดรอยดำและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ Yanhee Gluta Plus เป็นตัวเลือกที่เราแนะนำ
- หากต้องการปกป้องผิวจากสภาวะแวดล้อมที่โหดร้าย พร้อมกับรักษาความอ่อนเยาว์ของผิว เราแนะนำ Swisse Astaxanthin + Gluta
- สำหรับใครที่ต้องการนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อการชะลอวัยและให้สุขภาพผิวดีในระดับเซลล์ The Skn 101 AstaNAD+ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราแนะนำ
การเลือกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเหล่านี้ควบคู่ไปกับการรับประทานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสภาพผิวภายนอกเท่านั้น แต่เป็นเปลี่ยนแปลงสุขภาพจากภายในของร่างกาย ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ไม่ใช่แค่ดูขาวใส แต่เป็นผิวที่มีสุขภาพดีจริงๆ